Latest Entries »

นานๆจะมีวันว่าง จากทั้งงานประจำและงานบริษัทตัวเองเสียทีนะครับ วันนี้ได้ฤกษ์ดีเป็นวันหยุด ผมก็เลยหอบกล้องไปถ่ายวีดีโอ ที่ร้านต้นไม้ของพี่สาว พี่เขาเปิดร้านขายต้นไม้อยู่ที่ตลาดแถวบ้าน ก่อนนี้ก็ว่าจะไปถ่ายมาหลายหนแล้ว แต่ไม่มีจังหวะเสียที พอดีได้ยินว่าเดือนนี้จะเปิดร้านเป็นเดือนสุดท้ายแล้ว เพราะทางตลาดมีกลุ่มผู้บริหารกลุ่มใหม่มาดูแล แล้วจะปรับปรุงใหม่ เรียกค่าแป๊ะเจี๊ยะกินเปล่าตั้งเยอะ เขาเลยคิดว่าปิดไปเลยดีกว่า

ได้ยินดังนั้นผมก็คิดว่าไม่มีจังหวะไหนจะเหมาะเท่าตอนนี้แล้วละ ก่อนร้านจะปิดก็ไปใช้พื้นที่เก็บ Footage ต่างๆเสียหน่อย วันนี้เป้าหมายไม่มีอะไรมากครับ ตั้งใจว่าจะเก็บภาพดอกไม้แบบที่เคยถ่ายๆไว้นี่แหละ ถึงแม้ที่ผ่านมาจะยังไม่มียอดโหลด แต่ไหนๆก็ไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไร ก็ถ่ายเอามาส่งขายสักหน่อย 555

ตกเย็นก็ถ่ายเก็บภาพท้องฟ้าอยู่ชั่วโมงกว่าครับ ตั้งใจว่าจะทำเป็น Time Lapse นี่ยังไม่ได้เอา Footage ลงเครื่องเลย ไม่รู้จะออกมาเป็นอย่างที่คิดรึเปล่า สุดท้ายก็เก็บ Footage มาพอสมควร กลับบ้านฝนตกมืดสนิท เห็นเทียนวางๆอยู่ ก็เลยเอาเทียนมาจุดแล้วถ่ายไปอีกสามช๊อต ถ่ายมันใกล้ๆตัวนี่แหละครับ แล้วเดี๋ยวเอา Footage วันนี้ส่งเข้า Microstock ทั้งหลายอีกที ดูซิว่าจะผ่านกี่คลิป ^^

เมื่อวานนี้หมาดๆ ตอนผมกลับจากบ้านผ่านทางแยกอโศก เห็นฝรั่งตั้งขาตั้งกล้องตรงทางเชื่อมรถไฟฟ้าข้ามแยก แต่ก่อนผมก็สงสัยนะแบบว่าเอ๊ะ มาถ่ายอะไรกันนะ มันก็ไม่มีอะไรซักหน่อย สงสัยบ้านเขารถไม่ติดเหมือนบ้านเรา 555 ปรากฎว่าตอนนี้รู้แล้วครับ ตั้งแต่ศึกษาเรื่อง Microstock รู้เลยว่านี่แหละทำเลทอง และฝรั่งคนนี้ต้องมาเก็บภาพไปทำ Microstock แน่ๆ

ตามประสาคนขี้อาย เห็นดังนั้นผมเลยเดินเข้าไปทักทายเขาสักสองจึ่ก พูดคุยกันได้ความว่าอย่างที่เราคิดจริงๆด้วย ฝรั่งนายนี้กำลังถ่ายภาพเพื่อจะทำ time lapse รถวิ่งไปมาตรงสี่แยกกลางเมือง ภาพพวกนี้ขายดีนะครับ ดูจากยอดขายของคนอื่นๆมา ก็ขายได้เรื่อยๆ ผมเองยังไม่มีภาพแนวนี้เก็บไว้ใน Portfolio เลย เดี๋ยวมีจังหวะต้องไปถ่ายสักหน่อยแล้ว

นายคนนี้เขาใช้กล้อง Canon 450D ถ่ายเป็นภาพนิ่ง แล้วนำไปเรียงเป็น time lapse ครับ วิธีถ่ายก็ธรรมดานี่แหละครับ ตั้งขา แล้วก็ set กล้องให้เรียบร้อย จากนั้นเขาก็กด remote แชะๆ เป็นจังหวะไปเรื่อยๆ

การถ่าย Footage ด้วยกล้องภาพนิ่งนั้นเพื่อจะให้ได้ภาพที่นิ่งจริงๆ แนะนำว่าให้ใช้ remote นะครับ และแม้การถ่ายวีดีโอด้วยกล้องวีดีโอก็เถอะครับ จากประสบการณ์ผมแล้ว ถ้าอยากให้นิ่งจริงๆ ใช้ Remote ดีที่สุดครับ ผมเองรับถ่ายวีดีโออยู่เป็นประจำ งานที่ต้องให้ได้มาตรฐานต้องมาจากการจับเฟรมที่นิ่ง ไม่สั่นไหวครับ การใช้ Remote จะช่วยได้มากครับ แนะนำให้ใช้เลยครับส่วนมากกล้องวีดีโอก็จะแถมมาให้อยู่แล้ว

คุยไปคุยมาก็นั่นแหละครับ ได้ความว่าเขาเองก็ทำ Footage ไปขายใน Microstock อย่างพวก ShutterStock และ iStockPhoto อยู่ แต่เขาไม่รู้จัก Pond5 ผมก็เลยแนะนำไป บอกว่าน่าสนใจนะ ใช้ง่าย แล้วก็ให้ส่วนแบ่งถึง 50% เลยทีเดียว

คุยกันสักพักผมก็ขอตัวกลับ เพราะกลัวฝนตก ก็สนุกดีครับ แต่ก่อนผมเห็นฝรั่งมายืนถ่ายนั่นนี่โน่นกันแบบนี้บ่อยๆ ตามเส้นสุขุมวิท ไอ้เราก็สงสัยว่ามันถ่ายอะไรกัน ที่แท้ก็อย่างนี้นี่เอง ^^ ใน Microstock เมืองนอก มีชิ้นงานที่ถ่ายจากบ้านเราเยอะพอสมควรนะครับ ไม่ว่าจะเป็นภาพ เสียง และวีดีโอ ดังนั้นมีโอกาสก็ลองศึกษาและลองใช้งาน Microstock ดูครับ มาลองไปพร้อมๆกันเลย ^^

ยังต่อกันอยู่ที่ Pond5 นะครับ หลังจากคราวก่อนได้เกริ่นนำถึงการสมัคร Pond5 ไปแล้ว คราวนี้มาดูกันครับ ว่าข้อกำหนดสำหรับ Footage ที่ Pond5 กำหนดมีอะไรบ้าง เราจะได้วางแผนการถ่ายวีดีโอของเรากันให้เป็นไปตามข้อกำหนดที่เขาต้องการ จะได้ไม่เสียเวลาภายหลัง ว่ากันไปเป็นข้อๆดังนี้เลยนะครับ

ในแง่ของคุณภาพ Quality Requirements

  • Footage ต้องมาจากกล้องที่มีคุณภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นกล้อง 3CCD miniDV กล้อง Beta กล้อง Red ฯลฯ คือให้มันดีกว่า 3CCD miniDV นั่นแหละครับ ทั้งนี้ Pond5 เองบอกว่า แต่ก็มีข้อยกเว้นได้นะครับ ในกรณีที่ Footage มันพิเศษจริงๆ แต่นั่นก็ต้องพิเศษจริงๆนะครับ อ้อ สำหรับกล้อง HDSLR พวก 5D Mk II , 7D และ 550D ที่ถ่ายวีดีโอได้พวกนี้ใช้ได้นะครับ ผมสอบถามไปแล้ว
  • Focus ของภาพต้องได้ครับ อันนี้สำคัญเลย อันไหนที่จะให้เป็นจุดสนใจในภาพนี่ต้องได้เลย
  • เลนส์ต้องไม่มีคราบเปื้อนหรือรอยติดอยู่ เพราะไม่อย่างนั้นมันจะติดอยู่ใน Footage ตลอดไม่ว่าจะ Pan ไปไหนก็ตาม
  • แสงต้องได้ ไม่ควรถ่ายมา Under หรือ Over เกินไป แต่จากประสบการณ์นะครับ ถ่ายให้มันติด Over นิดนึงจะนำไปใช้ต่อง่ายครับ สามารถ Drop ได้โดยภาพไม่เสีย แต่ถ้า Under มานี่จบเลยครับ ดันให้แสงพอดีในคอมพ์ยังไงก็ไม่สวย ส่วนการจัดแสงนั้นจะใช้แสงจริง หรือใช้แสงจัด ได้หมดครับ ขอให้ออกมาดีแล้วกัน
  • แล้วก็การเคลื่อนไหวของกล้อง จะ pan จะ tilt จะ track จะ dolly อะไรก็ตาม ต้องไม่สั่น ไม่เขย่า ไม่ jerk และต้องออกมาดูดีนะครับ ถ้าจับเฟรมนิ่งก็ให้นิ่งจริงๆนะครับ ชัวร์สุดต้องใช้ขาตั้งกล้องครับ อย่าไปถือถ่ายนะครับ เสียเวลาเปล่าๆ
  • การแต่งสีหรือการใช้ Effect ไม่ว่าจะใช้ Filter หรือมาแต่งในคอมพิวเตอร์ภายหลัง ต้องให้มันใช้ต่อได้นะครับ พึงระลึกไว้เสมอคนซื้อเขาก็จะนำ Footage ของเราไปปรับสีให้เข้ากับชิ้นงานของเขาอีกทอดนึง ดังนั้นสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ คือ Footage คุณภาพสูงที่ผ่านการปรับแต่งให้น้อยที่สุด
  • ถ้าจะส่งพวก Footage ที่สร้างจากกราฟฟิก จาก Animation หรือ Composite เราจะต้องแยกภาพออกเป็นส่วนๆ เช่นต้องแยกตัวการ์ตูนออกจากพื้นหลังด้วย เพื่อการนำไปใช้งานจะได้สะดวกต่อผู้ซื้อ
  • Footage จะต้องเป็นของเราจริงๆ ถ้าเราทำตามพวก VDO สอนทำต่างๆ ไอ้ชิ้นส่วนข้างในที่เอามาประกอบกันนั้นนะครับ ต้องเป็นภาพกราฟฟิกที่เราทำขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่เอาจากใน CD/DVD ที่สอนทำพวกนั้นมาใช้นะครับ อันนั้นเขามีลิขสิทธิ์อยู่

คุณสมบัติทางเทคนิค Technical Specs

  • แต่ละคลิปที่จะนำไปขายใน Pond5 จะมีความยาวได้ระหว่าง 3 ถึง 60 วินาที (แต่แนะนำว่าถ้าเป็นไปได้ก็อย่าให้เกิน 30 วินาทีครับ เพราะที่อื่นบางที่เขาให้ไม่เกิน 30 วินาที ถ้าไม่อยากหั่นหลายเวอร์ชั่น ก็ทำแบบ 30 วินาทีแบบเดียวไปเลยค่อนข้างชัวร์ครับ) ห้ามสั้นหรือยาวกว่านั้น และก็จะต้องมีขนาดไฟล์ไม่ใหญ่ไปกว่า 1GB (1000MB) นะครับ สำหรับไฟล์ HD โดยทั่วไปจะมีขนาดไฟล์อยู่ที่ประมาณ 200-500MB นะครับ คลิปจะต้องไม่มีการตัดมาต่อกัน ถ้าต้องตัดมาต่อๆกัน ก็ให้แยกขายไปเลยครับ
  • รูปแบบไฟล์ เขาให้ทำเป็น .MOV ซึ่งเป็นไฟล์แบบ QuickTime นะครับ ถ้าเป็น AVI จะต้องเอามาแปลงเป็น MOV เสียก่อน ซึ่งเว็บที่ขาย Footage อีกหลายที่ก็มีข้อกำหนดแบบเดียวกันนี้ด้วย ดังนั้นผมแนะนำเลยนะครับ ว่าจะทำงานด้านนี้ ลืม AVI ไปได้เลยครับ จะเอาไว้เก็บในเครื่องก็ตามแต่ แต่ถ้าเอามาขายนี่ทำ MOV เตรียมไว้ได้เลยครับหนีไม่พ้น
  • การ Export ไฟล์นั้นให้ Export ให้ตรงกับ Resolution , Aspect Ratio และ frame rate เดิมที่ถ่ายมานะครับ เช่นถ่ายมาเป็น DV Pal 720×576 ก็ต้องออกมาเป็น DV Pal ครับ จะมาเนียน Export ออกมาเป็น HD ไม่พึงกระทำครับ เพราะยังไงคุณภาพมันก็ไม่ได้อยู่แล้ว ยังไงตรงนี้เช็คให้ดีๆนะครับ ถ้าจะปรับก็ต้องแน่ใจก่อนว่าเราปรับเป็นและทำได้ถูกต้อง
  • Codec ที่เขาอนุญาตให้ใช้มีดังนี้นะครับ
    • DV (ทั้ง NTSC และ PAL) สำหรับคลิปที่มาจากกล้อง DV , MiniDV หรือ DVCPro ใช้ Codec นี้ส่งได้เลยครับ
    • PhotoJPEG สำหรับคลิปที่เป็น progressive-scane เช่นพวกที่ถ่ายจากกล้อง HDV720p  โดยให้กำหนด Quality level ที่ประมาณ 75% ขึ้นไป แต่อย่าเกิน 95% เพราะสีภาพมันจะเพี้ยนและไฟล์จะใหญ่เกินจำเป็น
    • H.264 สำหรับกล้องที่ถ่ายมาเป็น H.264 ก็สามารถใช้ส่งได้เลยครับ
    • Animation หรือ PNG อันนี้สำหรับคลิปที่มีพวก Alpha channel ให้ใช้ Codec นี้นะครับ
    • HDV อันนี้สำหรับพวกที่ถ่ายมาจากกล้อง HDV ที่บันทึกมาเป็น mov, mp4 หรือ m2t ก็ส่งได้
  • แต่ทั้งหลายทั้งปวง หลังจากที่ผมสมัครมา 3 ที่ผมพบว่าทำออกมาเป็นรูปแบบ MOV และใช้ Codec PhotoJPEG สะดวกสุดครับ เพราะว่ารองรับกันทุกที่ที่สมัครไว้เลย
  • สำหรับ Resolution ภาพที่เป็นมาตรฐานก็มีดังนี้นะครับ
    • HD1080 : 1920×1080 (24, 25, 29.97 หรือ 30 FPS)
    • HD720 : 1280×720 (24, 25, 29.97 หรือ 30 FPS)
    • PAL : 720×576 (25 FPS)
    • NTSC : 720×486 (29.97 FPS)
    • NTSC DV : 720:480  (29.97 FPS)
    • Multimedia : 640×480
    • Multimedia : 320×240
  • ข้อสุดท้ายเรื่องเสียงในคลิปที่ถ่ายมา เสียงก็ควรจะเป็นเสียงที่เกิดประโยชน์กับการใช้งานนะครับ จะเป็นเสียงแบบ Ambient เสียงจริงในสถานที่ก็ได้ แต่เขาก็ไม่ได้กำหนดว่าเสียงต้องเก็บมากริ๊ก แบบเอาบูมไมค์พร้อมขนแมวไปอัดนะครับ เพราะเราขาย Footage เฉยๆไม่ได้ขาย Audio เฉพาะทาง แต่ที่สำคัญมากอย่างนึงคือเสียงที่อยู่ในคลิป จะต้องไม่เป็นเนื้อเสียงที่ละเมิดลิขสิทธิ์ใครนะครับ ถ้าเราถ่ายๆอยู่มีคนเปิดเพลง 2PM ขึ้นมา แล้วติดมาด้วยในคลิปเรา แบบนี้ไม่ได้นะครับ ต้องตัดออกไป

คร่าวๆก็ประมาณนี้นะครับ สำหรับข้อกำหนดของ Footage ใน Pond5 เนื้อหาทั้งหลายผมก็เอามาจากที่เว็บ Pond5 เขียนไว้นั่นแหละครับ แต่มาเพิ่มเติมเข้ากับบางส่วนที่มาจากประสบการณ์ของตัวเองเข้าไปด้วยอีกนิดนึง

เอาละครับ คราวนี้ก็มาถึงรายละเอียดการสมัครในแต่ละเว็บที่ผมแนะนำไปในคราวที่แล้วนะครับ เริ่มต้นด้วยเว็บ Pond5 กันก่อนเลยดีกว่า สำหรับ Pond5 ที่แนะนำเป็นที่แรกนี้ก็เพราะว่าการสมัครใช้งานค่อนข้างง่ายครับ เพียงแค่กรอกข้อมูลในแบบฟอร์มใบสมัคร ซึ่งก็เหมือนกับแบบฟอร์มสมัครเว็บทั่วไปครับ ผมจำไม่ได้แล้วว่า Pond5 นี้เราต้องใช้ ID ด้วยรึเปล่า แต่ถึงจะต้องใช้นะครับ บัตรประชาชนคนไทยของเรานี่แหละครับ ก็ใช้ได้

Pond5 เปิดโอกาสให้เราขายได้ทั้ง Footage และ Audio ครับ โดยส่วนแบ่งรายได้จะอยู่ที่ 50-50 ครับแบ่งกันคนละครึ่ง เยอะที่สุดในบรรดาเว็บ Microstock ที่แนะนำเลยนะครับ

หลังจากเราผ่านการสมัครแล้ว การอัพโหลดคลิป Footage ที่เราไปถ่ายวีดีโอมา เพื่อนำไปขายก็สามารถทำได้ทั้งผ่าน Web Browser และผ่านทางโปรแกรม FTP ซึ่งผมเองแนะนำให้ใช้ FTP ในการอัพโหลดจะสะดวกกว่าการอัพผ่านหน้าเว็บนะครับ

การจ่ายเงินนั้นจะจ่ายเป็นรายเดือนผ่านทาง PayPal เมื่อยอดเงินเราถึงค่าที่เขากำหนดไว้ ส่วนราคาของแต่ละ Footage ที่จะขายนั้น เราสามารถกำหนดได้เอง และเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา สัญญาการซื้อขายระหว่างเรากับ Pond5 เป็นแบบ Non-Exclusive นะครับ กล่าวคือเราสามารถนำ Footage ที่เราขายกับทาง Pond5 ไปขายกับที่อื่นได้ เขาไม่ว่าครับ

นอกจากนี้ยังมีระบบออนไลน์ ให้เราดูข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นยอดผู้เข้ามาดูคลิปนั้นๆ คลิปยอดนิยมที่คนเขานิยมซื้อกัน ซึ่งส่วนนี้จะช่วยให้เราทำการวิเคราะห์ตลาดได้ง่ายมากยิ่งขึ้นอีกขั้นนึงครับ

สิ่งที่นำไปขายกับ Pond5 ได้

  • Classic Video Stock : พวกแฟชั่น , ไลฟสไตล์ , กีฬา , และสถานที่ต่างๆ
  • เนื้อหาเกี่ยวกับการศึกษาและข่าว
  • Motion graphic หรือ Motion background และพวก Loop graphic ที่ VJ เขาเอาไว้เปิดกัน
  • Footage เก่าเก็บจากยุคไหนก็ได้
  • เพลงหรือทำนองดนตรีต่างๆ
  • Sound effect และพวกเสียงบรรยากาศต่างๆ
  • เพลงที่เราแต่งขึ้นมาเอง ไม่ว่าจะเล่นเองอัดเอง หรือใช้โปรแกรมหรือพวกเครื่องดิจิตอลทำขึ้นมา

ซึ่งอย่างที่ว่านะครับ Pond5 จะไม่ค่อยเขี้ยวกับการตรวจสอบเท่าไหร่ อย่างไรก็ตามเขาก็บอกไว้ว่าสิ่งที่เราจะเอาไปขายนั้น มันจะต้องมีมูลค่าในตัวมันเอง งานถ่ายก็จะต้องมีความเป็นมืออาชีพในระดับนึง งานอัดเสียงก็เหมือนกันนะครับ และที่สำคัญที่สุดลิขสิทธิ์ของชิ้นงานต่างๆ จะต้องเป็นของเราครับ สำหรับ Footage ที่จะขายที่ Pond5 จะมีความยาวได้ตั้งแต่ 5-60 วินาที ก็ไม่ยาวมากนะครับ เพื่อนๆหลายๆท่านที่ถ่ายวีดีโอกันเป็นประจำอยู่แล้ว คงจะพอนึกออกว่า Footage ที่อยู่ในห้วงเวลาดังกล่าวมันจะออกมาประมาณไหน

เดี๋ยวมาต่อกันอีกทีในส่วนของรายละเอียด เกี่ยวกับ Footage ที่เขาต้องการนะครับ ว่าจะต้องทำมายังไงบ้าง ตอนนี้ขอไปพักก่อนละครับ

หลังจากเริ่มสนใจการนำ Footage ไปขายผ่านทาง Microstock ผมก็หาข้อมูลว่า เว็บไหนที่ให้บริการขาย Footage บ้าง ซึ่งก็พบอยู่พอสมควรนะครับ แม้จะไม่มากเท่ากับการขายภาพถ่าย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีครับ สำหรับเว็บที่จะแนะนำในครั้งนี้ก็มีดังนี้ครับ (ในแต่ละเจ้าผมขอแปะเป็น Link ที่มี Referral ID ของผมไปด้วยนะครับ ถ้าไม่ต้องการสมัครผ่าน Account ของผมก็สามารถเข้าผ่านทาง Link ตรงๆเองได้ครับ

Pond5 Stock Footage

http://www.pond5.com

เว็บนี้สมัครค่อนข้างง่ายครับ ไม่ได้ตรวจสอบอะไรมากมายนัก ใช้บัตรประชาชนไทยของเราสมัครได้ครับ น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับนักถ่ายวีดีโอ ทั้งหลายที่สนใจจะเริ่มต้นนำ Footage ไปขายได้ดีนะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น Pond5 ก็ไม่ได้ดังมากในวงการเมื่อเทียบกับอีก 2 เว็บที่จะแนะนำต่อไปนะครับ
Royalty-Free Stock Video at Pond5

Shutterstock

http://submit.shutterstock.com

เว็บ Shutterstock ค่อนข้างมีชื่อเสียงพอสมควรในการเป็น Microstock นะครับ แต่ก็สมัครไม่ง่ายนักครับ ลำพังบัตรประชาชนไทยของเรานั้น ไม่ผ่านครับผม นโยบายของทางเว็บต้องการ Passport ที่สามารถใช้เดินทางได้ เพื่อใช้ในการยืนยันการสมัครครับ ของผมเองตอนแรกผมสมัครไป แต่ Passport ผมหมดอายุไปแล้ว ก็ยังคิดว่าเอน่าจะใช้ได้นะ มันก็มีชื่อเราเป็นภาษาอังกฤษให้อ่านคงเพียงพอ แต่ปรากฎว่าไม่พอครับ เขาบอกว่ามันต้องเป็น Valid Passport ที่ใช้ได้ ก็เดือดร้อนต้องไปทำ Passport ใหม่ครับ เสียค่าธรรมเนียมไป 1,000 บาท เสียเวลาไปอีกวันนึง แต่ก็ช่างมัน ยังไงก็ต้องมีที่อื่นที่ต้องใช้อีก … ก็คืออีกที่ๆจะแนะนำต่อไปนี้นะครับ

สำหรับ ShutterStock นี้การตรวจสอบ Footage จะค่อนข้างเขี้ยวกว่า Pond5 นะครับ

iStockPhoto

http://www.istockphoto.com

View My Portfolio

iStockPhoto มีชื่อเสียงมากในแวดวง Microstock ครับ แม้ว่าชื่อโดเมนจะเป็น iSthockPhoto แต่เขามีบริการขายชิ้นงานอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Footage , Audio , Flash , Vector อีกด้วยนะครับ การสมัคร iStockPhoto ของผมค่อนข้างง่ายแล้ว เพราะว่ามี Passport จากที่ทำไว้เพื่อสมัคร ShutterStock อยู่แล้ว ดังนั้นขั้นตอนการสมัครไม่ยากอะไรเลยครับ ที่ยากคือขั้นตอนต่อมาครับ สมัครไม่ยาก แต่มีแบบสอบถามให้ทำนิดหน่อย และหลังจากนั้นจะต้องส่งตัวอย่างชิ้นงานไปให้เขาดู 3 ชิ้น ว่าผ่านเกณฑ์หรือไม่ หลังจากนั้นจึงจะสามารถส่ง Footage เข้าไปขายได้

สำหรับขั้นตอนและวิธีการโดยละเอียดเดี๋ยวจะนำมาเล่าให้อ่านในครั้งหน้านะครับ

อ้อ มีอีกที่นึงที่ผมไปสมัครไว้คือ Fotolia แต่ลองแล้วแปลกๆอยู่นะ คือมันไม่มีอีเมล์มาให้ผม Verify เสียที ผมเปลี่ยนเมล์ไปเป็น Hotmail ก็แล้ว Gmail ก็แล้ว ใช้เมล์บริษัทก็แล้ว ไม่มีส่งมาเลย สรุปตอนนี้ผมก็ยังค้างเติ่งอยู่ที่ขั้นตอน Verity นี่แหละ เมล์ไปถามเป็นสัปดาห์แล้วก็ยังไม่เห็นมันตอบมาว่ายังไง .. ตอนนี้ก็แนะนำ 3 เว็บข้างต้นก่อนแล้วกันนะครับ

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายรายครับ ที่เปิดให้เรานำ Footage ไปจำหน่ายได้ แต่เท่าที่หาข้อมูลอยู่ตอนนี้ ที่น่าสนใจและมีระบบให้ใช้งานโดยสะดวกก็มี 3 เจ้านี้แหละครับ

สำหรับท่านที่ไม่รู้จักกับ Microstock นะครับ โพสต์แรกของผมนี้ขอแนะนำให้ท่านรู้จักกับ Microstock ก่อนแล้วกันนะครับ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นกันไปพร้อมๆกับผมเลยครับ

Microstock นั้นชื่อเรียกเต็มๆภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Microstock photography นะครับ ชื่อนี้คนไทยเราจะไม่ค่อยคุ้น เจออีกชื่อนึงครับมันคือ Micropayment photography จะยิ่งไม่ค่่อยคุ้นใหญ่ แต่นี่แหละครับ คือที่มาของชื่อ Microstock ที่เราจะคุ้นเคยกันมากกว่า


Microstock
นั้นเป็นรูปแบบธุรกิจแบบใหม่ที่เกิดขึ้นมาในยุคที่อินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยีทั้งหลายเบ่งบานครับ มันเป็นรูปแบบที่ต่างจาก Stock photography แบบเดิมที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ ถามว่าความแตกต่างของมันคืออะไร หลักๆแล้วก็ Microstock นั้นเปิดโอกาสให้ช่างภาพ และช่างกล้อง ทั้งมือสมัครเล่น และผู้ที่นิยมถ่ายภาพ ถ่ายวีดีโอ เป็นงานอดิเรก ได้นำผลงานไปจำหน่ายกัน ซึ่งพวก Stock photography รูปแบบเดิมๆ เขาจะขายกันแต่พวกงานจากมืออาชีพ ที่ผ่านการคัดสรรจาก Agency แล้วเท่านั้น และในเรื่องของราคาก็ต่างกันด้วยครับ ชิ้นงานใน Microstock จะจำหน่ายกันไม่แพงนัก ประมาณ 10-20 เหรียญ และมีสัญญาอนุญาตการใช้งานแบบ Royalty-free

กล่าวโดยสรุปแบบเราๆ ก็คือ Microstock คือธุรกิจที่เปิดโอกาส ให้เราๆท่านๆ ที่รักการถ่ายรูป ถ่ายวีดีโอ ได้มีโอกาสนำเอาผลงานของเราไปขายนั่นเองครับ

ท่านที่อยู่ในแวดวงการถ่ายภาพ คงจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว กับการขาย Stock ภาพ ในปัจจุบันมีหนังสือออกมาวางขายแล้วด้วย ส่วนผมเองทำงานด้านการถ่ายวีดีโอ ก็จะมีพวก Footage จำนวนหนึ่งที่เก็บๆมา ระหว่างไปทำงานมาบ้าง พอเริ่มศึกษาเรื่อง Microstock ก็พบว่ามีบางแห่ง ที่นอกจากจะขายรูปภาพแล้ว ก็มีบริการขาย Footage ด้วย จึงสนใจและลองสมัครใช้งาน Microstock และนำเอา Footage ที่เคยถ่ายเก็บๆไว้ มาลองขายดู .. ณ ปัจจุบัน ยังขายไม่ได้นะครับ คงเนื่องมาจากหลายๆเหตุ เอาเป็นว่า Blog นี้จะเป็นบันทึกที่ผมจะนำสิ่งต่างๆ ที่ได้จากการลองนำเอา Footage ไปขายผ่านทาง Microstock ทั้งหลาย มาเล่าให้อ่านกันนะครับ

ทั้งนี้ใน Blog นี้ผมจะพูดถึงโดยเน้นไปที่การนำ Footage ไปขายเป็นหลักนะครับ ในภายหลังอาจจะมี Audio บ้างเพราะผมก็ทำงานด้านนี้อยู่ด้วย และกำลังศึกษาอยู่ ส่วนการจำหน่าย Photo นั้นมีพี่ๆเพื่อนๆ หลายท่านในแวดวงช่างภาพเขาทำเว็บ ให้ความรู้กันอยู่แล้ว ก็คงจะไม่ทำซ้ำละครับ ^^ ลอง Search ใน Google ดูได้ครับ มีหลายท่านให้ข้อมูลไว้น่าสนใจเลยทีเดียว

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.